สารอาหาร
| โปรตีน | > 32% |
| ไขมัน | > 12% |
| คาร์โบไฮเดรต | ~ 36.5% |
| กาก | < 4% |
| ความชื้น | < 8.5% |
| พลังงาน | ~ 342 kcal / 100g |
น้ำหนักแห้ง (Dry Matter): โปรตีน 35.0% | ไขมัน 13.1% | คาร์โบไฮเดรต 39.9%
* หมายเหตุ: พลังงานคำนวณตามหลัก Modified Atwater Factors; ปริมาณคาร์โบไฮเดรตคำนวณโดยวิธี NFE (หักลบด้วยค่าเถ้าประมาณการ 7%)ส่วนผสมหลัก
วิเคราะห์สารอาหาร
น้ำหนักแห้ง (Dry Matter): โปรตีน 35.0% | ไขมัน 13.1% | คาร์โบไฮเดรต 39.9%
🟡 โปรตีน — อยู่ในค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป
🟡 ไขมัน — อยู่ในค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป
🟡 คาร์โบไฮเดรต — อยู่ในค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป
ส่วนผสมทั้งหมด
วิเคราะห์ส่วนผสมหลัก
TaaS Raw Score (5)
2.5
🐾 Economy Grade
Protein ★ ★ ★ ★ ★
Fat ★ ★ ★ ★ ★
Carb ★ ★ ★ ★ ★
🥩 โปรตีนหลักมาจาก เนื้อสัตว์ปีกป่น กลูเทนข้าวโพด
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 1 และ 5 ในสูตร)
เนื้อสัตว์ปีกป่น: คุณภาพพอใช้ จัดอยู่ในกลุ่มเนื้อป่นไม่ระบุชนิด (Meat Meal – Generic) ซึ่งมักมาจากเนื้อส่วนกล้ามเนื้อที่ย่อยง่ายและให้โปรตีนดี แต่เนื่องจากระบุเป็นกลุ่มกว้างๆ ว่า “สัตว์ปีก” โดยไม่ชี้ชัดว่าเป็นไก่หรือเป็ด จึงทำให้เสี่ยงเรื่องการแพ้แฝงและไม่สามารถระบุแหล่งต้นทางที่ชัดเจนได้
กลูเทนข้าวโพด: คุณภาพเริ่มต้น จัดอยู่ในกลุ่มโปรตีนพืช (Plant Protein Extract) ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นแหล่งโปรตีนหลักสำหรับแมวที่เป็นสัตว์กินเนื้อโดยกำเนิด (obligate carnivore) เนื่องจากมีกรดอะมิโนไม่ครบถ้วนเท่าโปรตีนจากสัตว์ โดยเฉพาะทอรีน (taurine) ที่ต้องมีการเสริมแยก
🧈 ไขมันหลักมาจาก ปาล์มสเตียริน และ ไขมันไก่
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 4 และ 7 ในสูตร)
ปาล์มสเตียริน: คุณภาพเริ่มต้น จัดอยู่ในกลุ่มไขมันพืชเกรดต่ำ ซึ่งให้พลังงานล้วนๆ แต่กรดไขมันไม่เหมาะกับการเผาผลาญของแมว (ย่อยยาก) และขาดสารบำรุงที่จำเป็นต่อร่างกาย ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดต้นทุน และไม่สนับสนุนสุขภาพของแมวในระยะยาว
ไขมันไก่: คุณภาพดี ให้สารอาหารครบถ้วนจากโปรไฟล์ไขมันสัตว์ที่เหมาะกับแมวที่เป็นสัตว์กินเนื้อโดยกำเนิด (obligate carnivore) มีความปลอดภัยเนื่องจากมีการระบุชนิดสัตว์ที่มาอย่างชัดเจน มีกลิ่นที่ช่วยดึงดูดแมวได้ดี และมักเลือกใช้สารกันเสียจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ไขมันชนิดนี้จะมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 น้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มน้ำมันปลา
🥔 คาร์โบไฮเดรตหลักมาจาก มันสำปะหลัง ข้าวโพด
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ในสูตร)
มันสำปะหลัง: คุณภาพดี จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตย่อยช้า–ปานกลาง (Moderate Complex Carb) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ให้พลังงานได้ดีและอยู่ได้นาน ช่วยให้แมวมีแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดี แม้จะมีกากใยน้อยกว่ากลุ่มถั่วเล็กน้อยซึ่งทำให้น้ำตาลถูกดูดซึมได้เร็วขึ้นนิดหน่อย แต่โดยรวมยังถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดีที่พบได้ในอาหารแมวเกรดพรีเมียม
ข้าวโพด: คุณภาพพอใช้ จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตย่อยเร็ว (Fast Release) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วมากเพื่อให้พลังงานที่พร้อมใช้งานทันที อย่างไรก็ตาม หากแมวไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก พลังงานส่วนเกินจากแป้งกลุ่มนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้ง่าย จึงต้องระวังปริมาณการใช้ในแมวที่เริ่มอ้วนหรือแมวที่ทำกิจกรรมน้อย (Indoor Cat) เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
(คาร์โบไฮเดรตจริงๆ แมวไม่ได้ต้องการตามธรรมชาติ แต่ปกติใส่เพื่อช่วยให้ทำเป็นอาหารเม็ดได้ เพราะแป้งพวกนี้เป็นกาวที่ยึดวัตถุดิบต่างๆ เข้าด้วยกัน และทำหน้าที่เป็นพลังงานเสริม)
ใช้ได้กับแมววัยไหน?
🐈 ลูกแมว
🐈⬛ แม่แมวตั้งท้อง/ให้นม
✅ จุดเด่นด้านโภชนาการ
- โปรตีนระดับปานกลาง (≈35% DM) เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตพื้นฐานของลูกแมว
- มีไขมันไก่ (Chicken fat) เป็นแหล่งไขมันบางส่วน คุณภาพดี เหมาะกับแมว
⚠️ ข้อจำกัด
- ใช้เนื้อสัตว์ปีกป่น (ไม่ระบุชนิด) คุณภาพแค่ระดับกลาง
- มีโปรตีนพืช (กลูเทนข้าวโพด) เป็นส่วนผสมหลัก ไม่เหมาะเป็นโปรตีนหลักของแมว
- มีปาล์มสเตียริน เป็นไขมันราคาถูก คุณค่าทางโภชนาการต่ำ
- ไม่ใช่สูตร grain-free
🐱 เหมาะกับแมวที่…
- ลูกแมวที่กินค่อนข้างเก่งมากเพราะพลังงานไม่ได้สูงมาก (ลูกแมวกระเพาะเล็ก ต้องการอาหารพลังงานสูงกว่าแมวโต)
- แม่แมวตั้งท้อง/ให้นม
- แมวที่ไม่ได้มีปัญหาแพ้อาหาร
🚫 ไม่แนะนำถ้า…
- ต้องการอาหาร โปรตีนเนื้อสัตว์สูง หรือเกรดพรีเมียมจริงจัง
- แมวมีประวัติ แพ้โปรตีนไม่ระบุชนิด หรือแพ้ข้าวโพด