Lola & Co : Tuna flavour

Lola & Co : Tuna flavour

สารอาหาร

โปรตีน > 26%
ไขมัน > 9%
คาร์โบไฮเดรต ~ 45.0%
กาก < 5%
ความชื้น < 8%
พลังงาน ~ 325 kcal / 100g
ระดับพลังงาน
300 325 360 390 420+
เหมาะสำหรับ: แมวคุมน้ำหนัก / กิจกรรมน้อยมาก

น้ำหนักแห้ง (Dry Matter): โปรตีน 28.3% | ไขมัน 9.8% | คาร์โบไฮเดรต 48.9%

* หมายเหตุ: พลังงานคำนวณตามหลัก Modified Atwater Factors; ปริมาณคาร์โบไฮเดรตคำนวณโดยวิธี NFE (หักลบด้วยค่าเถ้าประมาณการ 7%)

ส่วนผสมหลัก

เนื้อสัตว์ปีกป่น (Poultry Meal) ข้าวโพด (Corn) ถั่วเหลืองสกัดไขมัน (Defatted Soybean) รำข้าวสาลี (Wheat Bran) มันสำปะหลัง (Cassava)

วิเคราะห์สารอาหาร

น้ำหนักแห้ง (Dry Matter): โปรตีน 28.3% | ไขมัน 9.8% | คาร์โบไฮเดรต 48.9%

🟠 โปรตีน — ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป

🔴 ไขมัน — น้อยกว่าปกติมาก

🟠 คาร์โบไฮเดรต — สูงกว่าค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป

ส่วนผสมทั้งหมด

เนื้อสัตว์ปีกป่น (Poultry Meal) ข้าวโพด (Corn) ถั่วเหลืองสกัดไขมัน (Defatted Soybean) รำข้าวสาลี (Wheat Bran) มันสำปะหลัง (Cassava) ข้าวสาลี (Wheat) รำข้าว (Rice Bran) ไขมันไก่ (Chicken Fat) ทูน่าป่น (Tuna Meal) แร่ธาตุ (Minerals) น้ำมันปลา (Fish Oil) วิตามิน (Vitamin) ทอรีน (Taurine) มิกซ์เบอร์รี่ (Mixed Berries) สปีแนช (Spinach) ฟักทอง (Pumpkin) แครอท (Carrot) สารถนอมคุณภาพอาหารสัตว์ (Preservatives) สารสกัดยัคค่า (Yucca Extract) โพรไบโอติก - บาซิลลัส ซับทิลิส (Probiotics - Bacillus subtilis)

วิเคราะห์ส่วนผสมหลัก

TaaS Raw Score (5)

2.8

★ ★

🥉 Standard Grade

Protein ★ ★

Fat ★ ★ ★ ★

Carb ★ ★

📌 ปริมาณโซเดียม: ทางแบรนด์มีการบอกว่าควบคุมโซเดียม แต่ไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์โซเดียมที่แน่นอนไว้บนฉลาก (ระบุเพียงผ่านเกณฑ์ AAFCO) และ AAFCO กำหนดเพียง ‘ค่าขั้นต่ำ’ ของโซเดียมที่แมวต้องได้รับ ยังไม่มีการกำหนด ‘ค่าสูงสุด’ อย่างเป็นทางการ

🥩 โปรตีนหลักมาจาก เนื้อสัตว์ปีกป่น และ ถั่วเหลืองสกัดไขมัน

(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 1 และ 3 ในสูตร)

เนื้อสัตว์ปีกป่น: คุณภาพพอใช้ จัดอยู่ในกลุ่มเนื้อป่นไม่ระบุชนิด (Meat Meal – Generic) ซึ่งมักมาจากเนื้อส่วนกล้ามเนื้อที่ย่อยง่ายและให้โปรตีนดี แต่เนื่องจากไม่ระบุชนิดสัตว์ที่ชัดเจน (เช่น ไม่ระบุว่าเป็นไก่หรือเป็ด) ทำให้มีความเสี่ยงในเรื่องการแพ้แฝงและไม่สามารถตรวจสอบแหล่งต้นทางที่แน่นอนได้

ถั่วเหลืองสกัดไขมัน: คุณภาพเริ่มต้น จัดอยู่ในกลุ่มโปรตีนพืช (Plant Protein Extract) ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นแหล่งโปรตีนหลักสำหรับแมวที่เป็นสัตว์กินเนื้อโดยกำเนิด (carnivore obligate) เนื่องจากมีกรดอะมิโนไม่ครบถ้วนเท่าโปรตีนจากสัตว์ โดยเฉพาะทอรีน (taurine) ที่ต้องมีการเสริมแยกต่างหาก หากใช้ในปริมาณมากเกินไปจะทำให้สูตรอาหารไม่เอื้อต่อร่างกายแมว แต่มีข้อดีคือมีปริมาณเถ้า (Ash) ต่ำ และอาจช่วยลดภาระของตับและไตได้ในบางกรณี

🧈 ไขมันหลักมาจาก ไขมันไก่

(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 8 ในสูตร)

ไขมันไก่: คุณภาพดี จัดอยู่ในกลุ่ม ไขมันสัตว์เกรดดี ซึ่งให้สารอาหารครบถ้วนจากโปรไฟล์ไขมันสัตว์ที่เหมาะสมกับแมวที่เป็นสัตว์กินเนื้อโดยกำเนิด (obligate carnivore) วัตถุดิบนี้มีความปลอดภัยเนื่องจากระบุชนิดสัตว์ที่มาอย่างชัดเจน มีกลิ่นที่ช่วยดึงดูดแมวได้ดี และมักเลือกใช้สารกันเสียจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตามจะมีปริมาณโอเมก้า-3 น้อยกว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันปลา

🥔 คาร์โบไฮเดรตหลักมาจาก ข้าวโพด รำข้าวสาลี มันสำปะหลัง ข้าวสาลี และ รำข้าว

(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 2 4 5 6 และ 7 ในสูตร)

รำข้าวสาลีและรำข้าว: วัตถุดิบกลุ่มนี้ไม่ใช่แหล่งพลังงานหลัก และแมวแทบจะย่อยไปใช้งานไม่ได้เลย หน้าที่หลักคือเป็น “ไม้กวาดในลำไส้” ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายและดักจับก้อนขน หากใส่ในปริมาณที่มากเกินไปจะไปแย่งพื้นที่ของสารอาหารหลักอย่างโปรตีนและไขมัน ทำให้แมวได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

(การพบรำข้าวสาลีใน 5 อันดับแรก มีแนวโน้มสูงว่าอาหารสูตรนี้เน้นการลดต้นทุนด้วยการใช้ ‘กากใย’ เป็นตัวเติมเต็มมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้แมวอึเยอะ และอาจขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญได้ สูตรนี้ใส่ทั้งรำข้าวสาลีและรำข้าว มีแนวโน้มสูงว่าถ้าเอามารวมกันปริมาณน่าจะสูงจนอาจแซงหน้าเนื้อสัตว์ได้ ทำให้มีการแยกรำข้าวออกจากกัน)

ข้าวโพด: คุณภาพพอใช้ จัดอยู่ในกลุ่ม ย่อยเร็ว (Fast Release) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วมาก เพื่อให้พลังงานที่พร้อมใช้งานทันที อย่างไรก็ตาม หากแมวไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก พลังงานส่วนเกินจะถูก เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้ง่าย จึงต้องระวังปริมาณในแมวที่เลี้ยงในบ้านหรือแมวอ้วนเพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

มันสำปะหลังและข้าวสาลี: คุณภาพดี จัดอยู่ในกลุ่ม ย่อยช้า–ปานกลาง (Moderate Complex Carb) ซึ่งเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ ให้พลังงานได้ดีและอยู่ได้นาน ช่วยให้แมวมีแรงทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีกากใยน้อยกว่ากลุ่ม Super Food เล็กน้อยซึ่งทำให้น้ำตาลถูกดูดซึมเร็วขึ้นบ้าง แต่โดยรวมยังถือว่าเป็น คาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี ที่พบได้ในอาหารแมวเกรดพรีเมียม

(คาร์โบไฮเดรตจริงๆ แมวไม่ได้ต้องการตามธรรมชาติ แต่ปกติใส่เพื่อช่วยให้ทำเป็นอาหารเม็ดได้ เพราะแป้งพวกนี้เป็นกาวที่ยึดวัตถุดิบต่างๆ เข้าด้วยกัน และทำหน้าที่เป็นพลังงานเสริม)

ใช้ได้กับแมววัยไหน?

🐈 แมวโต

✅ จุดเด่นด้านโภชนาการ

  • มีไขมันจากสัตว์ (ไขมันไก่ + น้ำมันปลา) ช่วยเพิ่มความน่ากินและให้กรดไขมันจำเป็น
  • มีใยอาหาร (รำข้าว/รำข้าวสาลี) ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและก้อนขน

⚠️ ข้อจำกัด

  • โปรตีนค่อนข้างต่ำ และมีสัดส่วนจากพืช (ถั่วเหลือง) สูง ไม่เหมาะกับธรรมชาติแมว
  • ใช้เนื้อสัตว์ปีกป่นที่ไม่ระบุชนิดสัตว์ให้ชัดเจน
  • ไขมันต่ำมาก อาจไม่พอสำหรับแมวที่ต้องการพลังงานสูง
  • คาร์โบไฮเดรตสูง (~45–49%) ซึ่งเกินความต้องการตามธรรมชาติของแมว
  • มีการใช้วัตถุดิบกลุ่ม รำข้าว/รำข้าวสาลี ค่อนข้างมาก อาจทำให้อึเยอะและลดการดูดซึมสารอาหาร
  • แบรนด์เคลมเรื่องโซเดียม แต่ไม่ระบุค่าชัดเจน (มีแค่ผ่าน AAFCO ซึ่งเป็นขั้นต่ำอยู่แล้ว)

🐱 เหมาะกับแมวที่…

  • แมวเลี้ยงในบ้าน / กิจกรรมน้อย
  • แมวที่ต้อง คุมน้ำหนัก หรือมีแนวโน้มอ้วน

🚫 ไม่แนะนำถ้า…

  • ลูกแมว / แมวโตที่ต้องการโปรตีนสูงเพื่อการเจริญเติบโต

บทความแนะนำ