สารอาหาร
| โปรตีน | > 35% |
| ไขมัน | > 20% |
| คาร์โบไฮเดรต | ~ 24.5% |
| กาก | < 5% |
| ความชื้น | < 8.5% |
| พลังงาน | ~ 378 kcal / 100g |
น้ำหนักแห้ง (Dry Matter): โปรตีน 38.3% | ไขมัน 21.9% | คาร์โบไฮเดรต 26.8%
* หมายเหตุ: พลังงานคำนวณตามหลัก Modified Atwater Factors; ปริมาณคาร์โบไฮเดรตคำนวณโดยวิธี NFE (หักลบด้วยค่าเถ้าประมาณการ 7%)ส่วนผสมหลัก
วิเคราะห์สารอาหาร
น้ำหนักแห้ง (Dry Matter): โปรตีน 38.3% | ไขมัน 21.9% | คาร์โบไฮเดรต 26.8%
🟢 โปรตีน — สูงกว่าค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป
🔴 ไขมัน — สูงกว่าปกติมาก
🟢 คาร์โบไฮเดรต — ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป
ส่วนผสมทั้งหมด
วิเคราะห์ส่วนผสมหลัก
TaaS Raw Score (5)
3.3
🥉 Standard Grade
Protein ★ ★ ★ ★ ★
Fat ★ ★ ★ ★ ★
Carb ★ ★ ★ ★ ★
🥩 โปรตีนหลักมาจาก ผลพลอยได้จากสัตว์ปีกป่น แซลมอนไฮโดรไลเซท
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 1 และ 3 ในสูตร)
ผลพลอยได้จากสัตว์ปีกป่น: คุณภาพต่ำ–พอใช้ จัดอยู่ในกลุ่มผลพลอยได้ไม่ระบุชนิดสัตว์ที่ชัดเจน โดยใช้ส่วนที่เหลือจากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์มาผ่านกระบวนการบดและทำให้แห้ง การระบุเป็นกลุ่ม “สัตว์ปีก” (Poultry) แทนการระบุชื่อสัตว์ชนิดเดียว ทำให้มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้แฝงและไม่สามารถควบคุมคุณภาพโปรตีนให้แน่นอนได้ นอกจากนี้ วัตถุดิบกลุ่มนี้มักมีปริมาณแร่ธาตุส่วนเกิน (Ash) สูงกว่าเนื้อส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ
แซลมอนไฮโดรไลเซท: คุณภาพดีเยี่ยม เป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ผ่านการย่อยด้วยเอนไซม์หรือกรดจนมีขนาดโมเลกุลเล็กลงมาก เช่น เปปไทด์หรือกรดอะมิโน ซึ่งช่วยให้แมวสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ง่ายที่สุด นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นในการช่วยลดโอกาสการแพ้อาหาร เนื่องจากร่างกายของแมวมักจะจดจำโปรตีนขนาดเล็กระดับนี้ได้ยาก จึงนิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารเกรดพรีเมียมหรืออาหารสำหรับแมวที่แพ้ง่าย
🧈 ไขมันหลักมาจาก ไขมันวัว
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 5 ในสูตร)
ไขมันวัว คุณภาพดี จัดอยู่ในกลุ่มไขมันสัตว์เกรดดี ซึ่งให้สารอาหารครบถ้วนจากโปรไฟล์ไขมันสัตว์ที่เหมาะกับแมวที่เป็นสัตว์กินเนื้อโดยกำเนิด (obligate carnivore) วัตถุดิบนี้มีความปลอดภัยเนื่องจากมีการระบุชนิดสัตว์ที่มาอย่างชัดเจน มีกลิ่นที่ช่วยดึงดูดแมวได้ดี และมักเลือกใช้สารกันเสียจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ไขมันชนิดนี้จะมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 น้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มน้ำมันปลา
🥔 คาร์โบไฮเดรตหลักมาจาก แป้งมันฝรั่ง และ แป้งถั่วลันเตา
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 2 และ 4 ในสูตร)
แป้งมันฝรั่ง(Potato starch): คุณภาพเริ่มต้น-พอใช้ จัดอยู่ในกลุ่มแป้งขัดขาวหรือแป้งแปรรูป (Refined Carb) ซึ่งเป็นแป้งที่ผ่านการขัดสีจนแทบไม่เหลือใยอาหารหรือสารอาหารอื่น ๆ เหลืออยู่เลย มีหน้าที่หลักคือ “ให้พลังงานเพียงอย่างเดียว” และช่วยเพิ่มความหนืดคงตัวให้กับอาหารเม็ด แป้งกลุ่มนี้ย่อยง่ายเกินไปจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเหวี่ยงขึ้นลงได้ง่าย หากแมวกินในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญและน้ำหนักตัวได้
แป้งถั่วลันเตา(Pea starch): คุณภาพดี จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตย่อยช้า–ปานกลาง (Moderate Complex Carb) เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานได้ดีและอยู่ได้นาน ช่วยให้แมวมีแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดี ถึงแม้จะมีกากใยน้อยกว่ากลุ่มถั่วลันเตาแบบเต็มเมล็ดเล็กน้อยซึ่งทำให้น้ำตาลถูกดูดซึมได้เร็วขึ้นบ้าง แต่โดยรวมยังถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดีที่พบได้ในอาหารแมวเกรดพรีเมียม
(คาร์โบไฮเดรตจริงๆ แมวไม่ได้ต้องการตามธรรมชาติ แต่ปกติใส่เพื่อช่วยให้ทำเป็นอาหารเม็ดได้ เพราะแป้งพวกนี้เป็นกาวที่ยึดวัตถุดิบต่างๆ เข้าด้วยกัน และทำหน้าที่เป็นพลังงานเสริม)
ใช้ได้กับแมววัยไหน?
🐈 ลูกแมว / แม่แมว
✅ จุดเด่นด้านโภชนาการ
พลังงานเข้มข้น เหมาะช่วงเจริญเติบโต: โปรตีน (DM) ~38% + ไขมัน (DM) ~22% รองรับลูกแมวและแม่แมวได้ดี
สูตร Grain-Free: ใช้แป้งมันฝรั่งและถั่วลันเตาแทนธัญพืช
คาร์โบไฮเดรตไม่สูงเกิน: อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอาหารเม็ดทั่วไป
มีโปรตีนย่อยง่าย: แซลมอนไฮโดรไลเซทช่วยลดภาระการย่อยและลดความเสี่ยงแพ้อาหาร
⚠️ ข้อจำกัด
แหล่งโปรตีนหลักไม่ชัดเจน: ใช้ Poultry by-product meal ทำให้คุณภาพและความสม่ำเสมอด้อยกว่าเนื้อสัตว์ระบุชนิด
คาร์บคุณภาพกลาง–ต่ำ: พึ่งพาแป้งมันฝรั่งเป็นหลัก ซึ่งเป็น refined carb
พลังงานสูงมาก: ถ้าให้เกินความต้องการ เสี่ยงสะสมไขมันได้ง่าย
🐱 เหมาะกับแมวที่…
ลูกแมว/แม่แมว: ต้องการพลังงานและสารอาหารหนาแน่น
แมวแอคทีฟ: ใช้พลังงานเยอะ เผาผลาญได้ดี
แมวผอม/ต้องการเพิ่มน้ำหนัก: สูตรนี้ช่วยดันน้ำหนักได้ค่อนข้างเร็ว
🚫 ไม่แนะนำถ้า…
แมวอ้วนหรือคุมแคลอรีอยู่: เพราะสูตรนี้พลังงานสูง
แมวเลี้ยงระบบปิด (ไม่ค่อยขยับ): มีโอกาสอ้วนง่ายถ้าไม่คุมปริมาณ
แมวแพ้สัตว์ปีก: เนื่องจากมี poultry by-product เป็นส่วนผสมหลัก