Neez+ : Skin and Coat
สารอาหาร
| โปรตีน | > 32% |
| ไขมัน | > 18% |
| คาร์โบไฮเดรต | ~ 29.5% |
| กาก | < 5% |
| ความชื้น | < 8.5% |
| พลังงาน | ~ 368 kcal / 100g |
น้ำหนักแห้ง (Dry Matter): โปรตีน 35.0% | ไขมัน 19.7% | คาร์โบไฮเดรต 32.2%
* หมายเหตุ: พลังงานคำนวณตามหลัก Modified Atwater Factors; ปริมาณคาร์โบไฮเดรตคำนวณโดยวิธี NFE (หักลบด้วยค่าเถ้าประมาณการ 7%)ส่วนผสมหลัก
วิเคราะห์สารอาหาร
น้ำหนักแห้ง (Dry Matter): โปรตีน 35.0% | ไขมัน 19.7% | คาร์โบไฮเดรต 32.2%
🟡 โปรตีน — อยู่ในค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป
🟠 ไขมัน — สูงกว่าค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป
🟢 คาร์โบไฮเดรต — ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาหารแมวทั่วไป
ส่วนผสมทั้งหมด
วิเคราะห์ส่วนผสมหลัก
TaaS Raw Score (5)
3.2
🥉 Standard Grade
Protein ★★★★★
Fat ★★★★★
Carb ★★★★★
📌 ปริมาณโซเดียม: ทางแบรนด์มีการบอกว่าควบคุมโซเดียม 0.2% (min) ความหมายคือมีโซเดียมอย่างน้อย 0.2% ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ AAFCO ซึ่งกำหนดเพียง ‘ค่าขั้นต่ำ’ ของโซเดียมที่แมวต้องได้รับ ยังไม่มีการกำหนด ‘ค่าสูงสุด’ อย่างเป็นทางการ
— โปรตีนหลักมาจาก ปลาทูน่าป่น โปรตีนถั่วลันเตา และ ทูน่าไฮโดรไลเซท
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 1 3 และ 4 ในสูตร)
ปลาทูน่าป่น: คุณภาพมาตรฐาน ย่อยง่าย ให้โปรตีนเข้มข้นกว่าเนื้อสด เพราะผ่านการอบไล่น้ำออกและบดจนเหลือแต่เนื้อล้วนๆ ทำให้ได้ปริมาณโปรตีนต่อน้ำหนักสูง
โปรตีนถั่วลันเตา: คุณภาพเริ่มต้น เป็นการสกัดโปรตีนจากพืชเพื่อเพิ่มค่าโปรตีนรวมในสูตรอาหาร แม้ย่อยยากกว่าโปรตีนสัตว์แต่มีข้อดีคือมีปริมาณเถ้า (Ash) ต่ำ ช่วยลดโอกาสเกิดนิ่ว
ทูน่าไฮโดรไลเซท: คุณภาพดีเยี่ยม ย่อยง่ายที่สุดและลดโอกาสแพ้ได้ดีที่สุด เพราะผ่านการย่อยจนโมเลกุลมีขนาดเล็กมากจนไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน แถมยังให้รสชาติที่เข้มข้นดึงดูดการกิน
— ไขมันหลักมาจาก ไขมันวัว และ น้ำมันเมล็ดทานตะวัน
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 5 และ 7 ในสูตร)
ไขมันวัว: คุณภาพดี แมวได้ประโยชน์สูงสุดจากสารอาหาร และปลอดภัยเพราะระบุชนิดสัตว์ชัดเจน มีกลิ่นหอมเนื้อสัตว์ที่แมวชอบ มักใส่สารกันเสียเป็นวิตามินไม่ใช่สารเคมี
น้ำมันเมล็ดทานตะวัน: คุณภาพพอใช้ สารอาหารอาจไม่ครบถ้วนเท่าไขมันสัตว์ (แมวเปลี่ยนกรดไขมันจากพืชไปใช้ได้ยากกว่า) ปลอดภัยเพราะโอกาสปนเปื้อนต่ำ แต่ไม่มีกลิ่นที่แมวชอบ ช่วยให้สูตรอาหารมีความคงตัวและคุมต้นทุนได้ดี
— คาร์โบไฮเดรตหลักมาจาก แป้งมันสำปะหลัง และ มันเทศผง
(ซึ่งใส่มาเยอะเป็นอันดับที่ 2 และ 6 ในสูตร)
แป้งมันสำปะหลัง: ย่อยเร็วที่สุด เปลี่ยนเป็นน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วมาก แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลที่พุ่งสูง จึงควรระวังในแมวที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือมีปัญหาน้ำตาลในเลือด
มันเทศผง: ย่อยช้า เปลี่ยนเป็นน้ำตาลแบบค่อยเป็นค่อยไป อิ่มท้องนานขึ้น ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
(คาร์โบไฮเดรตจริงๆ แมวไม่ได้ต้องการตามธรรมชาติ แต่ปกติใส่เพื่อช่วยให้ทำเป็นอาหารเม็ดได้ เพราะแป้งพวกนี้เป็นกาวที่ยึดวัตถุดิบต่างๆ เข้าด้วยกัน และทำหน้าที่เป็นพลังงานเสริม)
ใช้ได้กับแมววัยไหน?
🐈 แมวโต 🐈 ลูกแมว
🎯 เหมาะกับใคร?
✅ บำรุงขนด้วยไขมันสูง: มีไขมัน (Dry Matter) สูงถึง 19.7% ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำให้ขนเงางามและลดผิวหนังแห้งกร้าน เสริมด้วยคอลลาเจนและน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส (EPO) เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวหนัง
✅ แมวซน หรือแมวที่มีกิจกรรม (Active): ให้พลังงานสูงถึง 368 kcal/100g (Zone Active) เหมาะกับแมวที่ชอบวิ่งเล่นหรือแมวที่เผาผลาญเก่ง ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอโดยไม่ผอมซูบ
✅ แมวที่แพ้ธัญพืช (Grain-Free): ใช้แป้งมันสำปะหลังและมันเทศผงแทนข้าวหรือข้าวโพด ลดความเสี่ยงการแพ้จากธัญพืช
✅ แมวที่กินยากหรือเลือกกิน: มีการใช้ Tuna Hydrolysate ที่ผ่านการย่อยโมเลกุลให้เล็กที่สุด นอกจากจะย่อยง่ายแล้ว ยังให้กลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี
✅ ลดกลิ่นอึ: มีส่วนผสมของสารสกัดยัคค่า และควิลลาจา ซาโปนารียา ซึ่งช่วยลดกลิ่นอึได้โดยตรง
ข้อควรระวัง
⚠️ การระบุค่าโซเดียม: แบรนด์ระบุว่ามีโซเดียมอย่างน้อย 0.2% ไม่ใช่มีโซเดียมแค่ 0.2%
⚠️ แมวที่ต้องคุมน้ำหนัก: เนื่องจากมีปริมาณไขมัน (Dry Matter) สูงถึง 19.7% หากให้ในปริมาณที่มากเกินไปกับแมวที่นอนทั้งวัน หรือแมวทำหมัน อาจทำให้อ้วนได้ง่าย
⚠️ มีโปรตีนจากพืช: มีการใช้ Pea Protein (โปรตีนถั่วลันเตา) เป็นส่วนผสมหลักอันดับ 3 เพื่อช่วยเสริมค่าโปรตีนรวม แม้จะมีข้อดีเรื่องเถ้า (Ash) ต่ำ แต่ก็เป็นโปรตีนที่แมวย่อยได้ยากกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์